คลังเก็บหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

อธิบดี พช. ให้การต้อนรับ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมคิด จันทมฤก ว่าที่อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนคนที่ 30

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คนที่ 29 ให้การต้อนรับ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมคิด จันทมฤก ว่าที่อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนคนที่ 30 พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศศิธร จันทมฤก ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน มอบช่อดอกไม้และของที่ระลึก รวมถึงร่วมรับฟังวีดิทัศน์ภารกิจกรมการพัฒนาชุมชน และการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมการพัฒนาชุมชน โดยมี นางวิไลวรรณ ไกรโสดา นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ผู้บริหารส่วนกลาง และเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน เข้าร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุป ณ ห้องประชุม 5001 และห้องประชุม 3003 กรมการพัฒนาชุมชน

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวว่า ในนามตัวแทนกรมการพัฒนาชุมชนทุกท่านทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และภาคีเครือข่าย ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ตลอดถึงภาคีเครือข่ายที่ขับเคลื่อนงานทุกท่าน จึงขอแสดงความยินดีกับท่านสมคิด จันทมฤก ที่ได้มีโอกาสสำคัญเข้ามารับตำแหน่ง อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ซึ่งในฐานะหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย จะเห็นได้ว่า งานของกรมการพัฒนาชุมชนนี้เป็นการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง มีการบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วนและภาคีเครือข่าย โดยส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคง และมีเสถียรภาพ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง กรมการพัฒนาชุมชน จึงมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565 โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมเพื่อให้ชุมชนใช้พลังชุมชน เพื่อการพัฒนาชุมชน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยน้อมนำหลักแนวทางพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานแก่กรมการพัฒนาชุมชน “พัฒนาคือ สร้างสรรค์” เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติตน และภารกิจของนักพัฒนา ให้บังเกิดประโยชน์สุขต่อพี่น้องประชาชน รวมถึงการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ในการถอดบทเรียนจากจังหวัดลพบุรี ตำบลโก่งธนู เป็นชุมชนต้นแบบที่สามารถดูแลหมู่บ้านของตนเองได้ เน้นการพึ่งตนเองและความสามัคคีของคนในชุมชนและเพื่อเป็นการต่อยอดและขยายผลการดำเนินงานโครงการปลูกผักสวนครัวสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับหมู่บ้าน/ชุมชนให้มีความยั่งยืน มีผู้เข้าร่วมมากถึง 12 ล้านครัวเรือน อีกทั้ง กรมการพัฒนาชุมชนจับมือกับสภาสตรีแห่งชาติฯ จัดโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ ส่งเสริมและเผยแพร่ผ้าไทยศิลปะอันล้ำค่าของชาติให้ดำรงคงอยู่ และเชิดชูอัตลักษณ์คุณค่าของผ้าท้องถิ่น ให้เกิดกระแสความนิยมการแต่งกายผ้าไทยทั่วประเทศ จนมีมติ ครม. เมื่อวันที่ 9มิถุนายน 2563 เห็นชอบมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย ตามพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และทรงพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ในการขับเคลื่อนต่อยอดให้วงการผ้าไทยเกิดการพัฒนาให้มีความทันสมัย สวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย และก่อให้เกิดความตื่นตัว เช่นเดียวกับ การพัฒนาผ้าของบ้านดอนกอย ด้วยการสร้างแบรนด์ การพัฒนาลายผ้า จากการออกแบบ รวบรวมองค์ความรู้ ภูมิปัญญาด้านการทอผ้า การย้อมคราม และการใช้สีธรรมชาติในการย้อมเส้นใยจากชุมชน มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย เป็นสากล สร้างคุณค่าของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับ สร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำกระจายรายได้ให้แก่ชุมชน รักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น

นายสมคิด จันทมฤก กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นกำลังสนับสนุนหลักในการสนับสนุนงานของท่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คนที่ 29 ซึ่งท่านจะไปปฏิบัติราชการ ในบทบาทปลัดกระทรวงมหาดไทย วันนี้ภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มาเรียนรู้ข้อมูลเชิงลึก มีความเข้าใจในเนื้องานตามภารกิจกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน และเชื่อว่าคนพช. ในการทำงานจะไม่มีปัญหา เพราะมีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ทำให้งานออกมามีคุณภาพ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง เช่น งาน OTOP หมู่บ้านนวัติวิถี หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อช่วยเหลือให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประกอบกับสิ่งที่เป็นประจักษ์ชัดเจนในการพิสูจน์การทำงานที่มีคุณภาพนั้นคือ การได้รับรางวัลเลิศรัฐครบทุกหมวด ซึ่งเป็นเครื่องการันตีความสามารถการทำงานของกรมการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง และพวกเราจะร่วมขับเคลื่อนงาน สานต่องานของท่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนคนที่ 29 เพื่อพัฒนาต่อยอด เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง อย่างยั่งยืนต่อไป

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยที่มีภารกิจสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบท โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและการพัฒนาตนเอง ใช้หลักการพัฒนาชุมชนและกระบวนการพัฒนาชุมชนเป็นเครื่องมือในการทำงาน ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง โดยมีผู้นำอาสาสมัคร กลุ่ม/องค์กร ภาคีเครือข่าย เป็นกลไกการพัฒนาการบริหารจัดการชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นระบบ สานต่องานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง จากการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ปวงชนชาวไทย และสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด ตามแนวพระราชดำริฯ ภายใต้การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล มากกว่า 50,000 ครัวเรือน และจะพัฒนาเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืช ทำให้คนไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขเป็นพื้นฐาน โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ มาปฏิบัติ 2 สิ่งนี้จะทำให้ประเทศชาติอยู่รอดและมีความเจริญเติบโต เพื่อก้าวไปสู่ เศรษฐกิจครัวเรือนมีความมั่นคง ประชาชนใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนอย่างมีความสุข ภายใต้วิสัยทัศน์ เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี ๒๕๖๕ อย่างยั่งยืนต่อไป นายสุทธิพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

KEY8 NEWS•PRESS 22-09-21

นครปฐม แนะแนวทางอยู่กับโควิด-19 ยุคใหม่อย่างสมาร์ทและปลอดภัย แก่ผู้ประกอบการค้าและบริการธุรกิจ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลา.ะปลอดภัย (Smart Control and Living With Covid 19) แก่ผู้ประกอบการตลาด ผ่านระบบ Zoom ตามที่ ศบค. ได้เห็นชอบแผนที่เรียกว่า Smart Control and Living With Covid 19 เพื่อเตรียมความพร้อม สร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ สถานที่ต่างๆ ที่จะได้รับการผ่อนคลายให้เปิดดำเนินกิจการได้ ทั้งนี้จังหวัดนครปฐม ได้มีนโยบายที่จะชี้แจงแนวปฏิบัติตามมาตรการอยู่กับโควิด 19 แก่ผู้ประกอบการต่างๆ ก่อนเปิดดำเนินกิจการ ได้แก่ ร้านอาหาร ตลาด ร้านเสริมสวย ร้านนวด-สปา ห้างสรรพสินค้า สนามกีฬา ฯลฯ โดยประสานกับอบต. เทศบาลในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
สำหรับมาตรการอยู่กับโควิด 19 ยุคใหม่อย่างสมาร์ทและปลอดภัย (Smart Control and Living With Covid 19) ตามที่ ศบค. ได้เห็นชอบในภาพรวมมี 10 ข้อดังนี้

  1. การยกระดับมาตรการ DMHT
  2. การจัดหาวัคซีนและฉีดให้ได้มากและเร็วที่สุด โดยเฉพาะกับกลุ่มเสี่ยง
  3. การจัดหาชุดตรวจโควิดด้วยตนเอง (ATK – Antigen Test Kit) ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและราคาถูก
  4. การจัดทำมาตรการ Bubble & Seal กับโรงงาน สถานประกอบการ และแคมป์ก่อสร้าง โดยไม่ต้องปิดโรงงาน และดำเนินการผลิตหรือก่อสร้างต่อไปได้
  5. การจัดการสภาพแวดล้อมและการคัดกรองการตรวจด้วยชุดตรวจ ATK ในสถานที่เสี่ยง คือตลาด และชุมชนแออัด
  6. การจัดสภาพแวดล้อมของกิจการที่มีความเสี่ยงเป็นแบบปราศจากโควิด เพื่อให้สามารถเปิดดำเนินกิจการได้ เช่น ด้านสภาพแวดล้อม พนักงาน และลูกค้า
  7. การจัดสภาพการทำงานและการเดินทางที่ปลอดภัย ไม่แออัด รวมถึงการคัดกรองโรคด้วยชุดตรวจ ATK สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานจำนวนมาก
  8. การจัดกิจกรรม สถานที่ และบริการสาธารณะต่างๆ ภายใต้มาตรการ 3C คือ การไม่จัดให้เกิดพื้นที่เสี่ยง 3 ประการ คือ “แออัด-ใกล้ชิด-ปิดอับ”
  9. การจัดการบริการควบคุมโรคเชิงรุก เข้าถึงกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่และชุมชนระบาด ด้วยหน่วยเคลื่อนที่ CCRT
  10. ตรวจคัดกรองเชิงรุกให้รวดเร็ว รู้ผลให้เร็ว แยกกักผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยงเร็ว และรักษาผู้ป่วยได้เร็ว ด้วยชุดตรวจ ATK และระบบแยกกักที่บ้านและที่ชุมชน Home Isolation & Community Isolation ทั้งนี้มาตรการทั้ง 10 ข้อนี้บางส่วนได้ดำเนินการไปแล้ว และส่วนบางข้อจะมีการยกระดับและดำเนินการไปพร้อมกับการปรับมาตรการที่จะผ่อนคลายเพิ่มเติม

ข้อมูล.สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว

KEY8 News•Press รายงาน

นครปฐม มอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค แก่เทศบาลตำบลดอนยายหอม

วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2564 นางวราภรณ์ เจริญศิริโชติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด พัฒนาการจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม มอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 70 ชุด ให้กับนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลดอนยายหอม ณ บริเวณหน้าสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ศาลากลางจังหวัดนครปฐม เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว

KEY8 NEws-Press รายงาน

กุมารสมบัติให้โชคสาวใหญ่ รับเงินหลักล้านชวนแม่แก้บน 100,000 บาท ถวายหลวงพี่น้ำฝน วัดไผ่ล้อม ร่วมสร้างตกแต่งวิหารหลวงพ่อพูลหลังใหม่

ที่วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ภายในตำหนักกุมารสมบัติ ของวัดไผ่ล้อม น.ส.พัชญาณัฐ์ บุญจันทร์ พร้อมด้วยนางวิไล บุญจันทร์ สองแม่ลูกชาวกรุงเทพมหานคร ได้เข้ามาขอพบ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสฯ โดยได้แจ้งจุดประสงค์ว่าจะมาทำพิธีแก้บนกับรูปหล่อของกุมารสมบัติ โดยการนำเงินสด 100,000 บาท และจัดอาหารเป็นไก่ทอด น้ำแดง และขนมสำหรับเด็ก มาจัดตั้งไว้ที่หน้าตำหนักของกุมารสมบัติ โดยตนและครอบครัวมีความเชื่อว่าได้รับโชคจากการซื้อสลากรัฐบาลเลข 90 จนโชคดีได้รับเงินจำนวนนับล้านบาท หลังจากที่ได้เข้ามาทำบุญที่วัดไผ่ล้อมเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา จึงได้นำเงินมาการแก้บนเพี่อร่วมบูรณะและตกแต่ง วิหารหลวงพ่อพูลอดีตเจ้าอาวาส ที่จะเปิดให้นมัสการในวันที่ 12 ตุลาคมที่จะถึงนี้
พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม หลังจากรับเงินตามเจตนาของโยมแล้วก็ได้มอบต่อให้คณะกรรมการของวัด เพื่อจะได้นำไปสานต่องานบุญตามเจตนา

น.ส.พัชญาณัฐ์ บุญจันทร์ บอกว่า ตนเองมีอาชีพค้าขายอยู่ในโครงการไชน่าทาวน์ ย่านพุทธมณฑลสาย 4 อ.พุทธมณฑล ส่วนนางวิไล บุญจันทร์ เป็นอดีตพนักงานธนาคาร ซึ่งปัจจุบันได้เกษียณอายุแล้ว โดยการที่ได้นำเงินสด 100,000 บาท มาแก้บน เพราะว่าไม่นานได้มานี้ตนได้เข้ามาร่วมพิธีการเจิมนะหน้าทอง จากหลวงพี่น้ำฝน ซึ่งเป็นตำรับหลวงพ่อพูล และได้มากราบสังขารหลวงพ่อพูลและมาขอโชคลาภจากกุมารสมบัติ ซึ่งได้อธิษฐานขอโชคบอกว่าถ้ามีโชคถูกรางวัลได้เงินล้านจะนำเงิน 100,000 บาท มาถวายพร้อมกับบนเอาไว้จากนั้นได้หยิบลูกปิงปองในโหลที่ตั้งไว้ด้านหน้า ได้เลข 990 จึงได้กลับไปหาเลขดังกล่าวเก็บไว้ทั้ง 2 ตัวและเลข 3 ตัว

น.ส.พัชญาณัฐ์ เล่าอีกว่าพอถึงวันที่ 16 ก.ย. วันที่ออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลก็มีอาการมึนหัวโดยไม่รู้ตัวและลืมไปแล้วว่าได้มีการจัดเก็บเลขชุด 90 เอาไว้ กระทั่งเมื่อมีการออกเลขรางวัลวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา รางวัลเลขท้ายก็มาออก 90 พอดี เมื่อมาค้นดูก็พบว่าถูกหลายใบเพราะมีการซื้อไว้ตามที่ต่างๆหลายรูปแบบ โดยรวมแล้วได้มา 1 ล้านบาท จึงได้มาแก้บนตามที่ได้บนบานเอาไว้และเชื่อว่าเป็นโชคจากกุมารสมบัติแน่นอนเพราะตนเองเชื่อเรื่องกุมารโดยเลี้ยงไว้หลายตน ซึ่งครั้งนี้ถูกมากที่สุดตั้งแต่เสี่ยงโชคมา

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม กล่าวว่า ตอนแรกก็ไม่ทราบว่าโยมทั้งคู่มาทำอะไรแต่เห็นเจ้าหน้าที่มาบอกว่าโยมจะถวายเงินให้วัด 100,000 บาท และกุมารสมบัติก็เป็นกุมารที่เป็นกุมารหนึ่งเดียวที่หลวงพ่อพูลท่านได้เลี้ยงดูเอาไว้ ลักษณะจากคำบอกเล่าของคนที่ได้โชคก็จะเป็นเรื่องการค้าขายให้โชคลาภ ซึ่งโยมทั้งคู่ได้เห็นว่าทางวัดไผ่ล้อมจะมีการจัดนำสังขารหลวงพ่อพูลมาตั้งที่วิหารหลังใหม่ซึ่งจัดสร้างใกล้เสร็จสิ้นแล้วโดยเป็นการจัดสร้างด้วยการนำศิลปะที่เป็นหนึ่งเดียวในโลก ซึ่งจะมีการเคลื่อนสังขารหลวงพ่อพูล มาให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชา ช่วงวันที่ 12 ตุลาคมนี้ พร้อมกันนี้ยังมีการจัดให้มีการเช็ดสังขารหลวงพ่อพูลด้วย ซึ่งโยมทั้งคู่ได้แจ้งความประสงค์เพื่อให้มีการนำไปรวมในการก่อสร้างตกแต่งให้สวยงาม ก็จะมีการนำไปใช้ในการดำเนินการนี้ต่อไป ซึ่งก็ยังคงบอกว่าการเสี่ยงโชคเป็นเรื่องที่ต้องพึงระวัง โชคลาภสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นล้วนแต่เป็นจากความศรัทธาและลงมือทำเท่านั้น

รองปลัดกระทรวง ทส.ประชุมเตรียมพร้อม งานกฐินวัดไผ่ล้อม.

ที่วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม
พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เป็นประธานการประชุมเตรียมงานทอดกฐินสามัคคีวัดไผ่ล้อม พร้อมด้วย นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะเจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมและตรวจดูสถานที่ ซึ่ง พิธีการทอดกฐินสามัคคีวัดไผ่ล้อม นั้นจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่31ตุลาคม 2564 เวลา10.00 น. โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒรองปลัดกระทรวง ทส.ประชุมเตรียมพร้อม งานกฐินวัดไผ่ล้อม.น์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี ซึ่งกฐินสามัคคีในครั้งนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับเป็นเจ้าภาพ ร่วมด้วยคณะข้าราชการและเจ้าหน้าที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะศิษยานุศิษย์ ผู้มีจิตศรัทธา เพื่อสมทบทุน บูรณปฎิสังขรศาลาประดิษฐานสังขารหลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม ทั้
งนี้ทางวัดไผ่ล้อมยังได้จัดผ้าไตรกฐินให้สาธุชนได้ร่วมบุญ แต่หากผู้มีจิตเป็นกุศลทำบุญกับกองกฐินที่วัดไผ่ล้อม กองละ999บาท จะได้รับเหรียญพระสังกัจจายน์มหาลาภ พญาเต่ามังกร เนื้อโลหะชุบทองลงยาสีแดง เลี่ยมทองไมครอนฟังเพชรรัสเซีย หรือเนื้อโลหะพ่นทรายขูดเงา3K เลี่ยมทองไมครอนฟังเพชรรัสเซีย เป็นที่ระลึก จำนวน1เหรียญ และสามารถติดต่อสอบถาม ได้ที่วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม โทร.085-4156464,0874156464 Line ID :@watpailom
ประเพณีการทอดกฐินของพุทธศาสนิกชนไทยมีมาช้านาน โดยมีทั้งพิธีหลวงและพิธีราษฎร์ โดยการถวายผ้าพระกฐินของพระมหากษัตริย์จัดเป็นพระราชพิธีที่สำคัญประจำปี ในปัจจุบันถวายผ้ากฐินในแง่การสนับสนุนผ้าไตรจีวรเพื่อใช้ในสังฆกรรมสำคัญของคณะสงฆ์ได้ถูกลดความสำคัญลงไป แต่กลับให้ความสำคัญกับบริวารของกฐินทานแทน เช่น เงิน หรือวัตถุสิ่งของ เพื่อนำสิ่งเหล่านี้มาพัฒนาถาวรวัตถุและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งจัดเป็นสังฆทานอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน
กฐินมีกำหนดระยะเวลาถวาย จะถวายตลอดไปเหมือนผ้าชนิดอื่นมิได้ ระยะเวลานั้นมีเพียง 1 เดือน คือตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 (วันเพ็ญเดือน 12) ระยะเวลานี้เรียกว่า กฐินกาล คือระยะเวลา ทอดกฐิน หรือ เทศกาลทอดกฐิน นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม รองปลัดกระทรวง ทส.ประชุมเตรียมพร้อม งานกฐินวัดไผ่ล้อม.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานวางศิลาฤกษ์ การก่อสร้างอาคารสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม แห่งใหม่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานวางศิลาฤกษ์ การก่อสร้างอาคารสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม แห่งใหม่
วันที่ 20 กันยายน 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างอาคารสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม แห่งใหม่ ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมืองนครปฐม โดยมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงแรงงาน นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ร่วมพิธีในครั้งนี้

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม เริ่มตั้งขึ้นเมื่อปี 2536 โดยเช่าอาคารพาณิชย์ ปัจจุบันตั้งอยู่บริเวณถนนเพชรเกษม ตำบลห้วยจรเข้ อำเภอเมืองนครปฐม เป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 6 ห้อง มีอัตราค่าเช่า 1,680,000 บาทต่อปี มีประชาชนมารับบริการวันละ 200 – 300 คน ทำให้พื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอต่อภารกิจให้บริการ กรมการจัดหางาน จึงได้ขอใช้พื้นที่ราชพัสดุ เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม แห่งใหม่ ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมืองนครปฐม บนพื้นที่ 3 ไร่ เป็นอาคาร 2 ชั้น สำหรับให้บริการประชาชนด้านการส่งเสริมการมีงานทำ ให้กับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายการควบคุมการทำงานของคนต่างด้าว และงานสนับสนุนตามภารกิจ พร้อมห้องประชุมและสถานที่จอดรถ วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 24,404,717 บาท โดยกำหนดก่อสร้าง 400 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 – 5 พฤษภาคม 2565 และมีแผนขอรับการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ สำหรับจัดกิจกรรมส่งเสริมการประกอบอาชีพ และสาธิตอาชีพแบบบูรณาการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้มีอาชีพ มีรายได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ มีหน่วยงานราชการที่จะดำเนินการก่อสร้างที่ทำการสำนักงาน บนพื้นที่ผืนเดียวกันกับ สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม รวม 6 หน่วยงาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะมาติดต่อราชการอีกด้วย


key8 News-Press

ขอขอบคุณ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว