คลังเก็บป้ายกำกับ: สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  เสด็จพระราชดำเ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์นานาชาติ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์นานาชาติ International Students Science Fair (ISSF 2025) ณ มหาวิทยาลัยมหิดล จังหวัดนครปฐม

วันที่ 27 มกราคม 2568 เวลา 08.55 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเปิดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์นานาชาติ International Students Science Fair (ISSF 2025) ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงนครปฐม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ที่ปรึกษาคณะกรรมการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ รองนายกำเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม และประธานคณะกรรมการสภานักเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เฝ้าฯ รับเสด็จ

โอกาสนี้ ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรและของที่ระลึก พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กราบบังคมทูลรายงาน ในการนี้ พระราชทานรางวัล “The ISSN Principal Lifetime Award” ให้แก่ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีส่วนสำคัญในการริเริ่มและสนับสนุนการจัดงาน International Student Science Fair (ISSF) รวมทั้งอุทิศตนเพื่อเครือข่ายโรงเรียนวิทยาศาสตร์นานาชาติ (ISSN) และการศึกษาวิทยาศาสตร์ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ จำนวน 2 ราย ได้แก่ ดร.ธงชัย ชิวปรีชา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์และโรงเรียนกำเนิดวิทย์ และ Assoc. Prof. Hiroshi Tanaka อดีตผู้อำนวยการ Ritsumeikan Junior and Senior High School  และ ของที่ระลึกแก่ผู้บรรยายพิเศษ จำนวน 2 ราย ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.อากิระ โยชิโนะ นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลสาขาเคมี ปี ค.ศ. 2019 และศาสตราจารย์อี้ฟาง หวัง ผู้อำนวยการสถาบันฟิสิกส์พลังงานสูงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

จากนั้น ทรงมีพระดำรัสเปิดงาน และทอดพระเนตรวีดิทัศน์ นิทรรศการเทิดพระเกียรติปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การแนะนำโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เครือข่ายความร่วมมือ International Science Schools Network (ISSN) และการประชุมวิชาการ The 20th International Students Science Fair 2025 (ISSF 2025) และผลงานวิชาการและงานศิลปะ Art of Science Innovation Projects

ต่อจากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับฟังการบรรยายพิเศษ ของ ศาสตราจารย์ ดร.อากิระ โยชิโนะ นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลสาขาเคมี ปี ค.ศ. 2019 (Prof. Akira Yoshino, Nobel Laureate in Chemistry 2019) ซึ่งบรรยายในหัวข้อ “The Future Society Engendered by Lithium Ion Battery” และ การบรรยายในหัวข้อ “JUNO neutrino Experiment” ของ ศาสตราจารย์อี้ฟาง หวัง ผู้อำนวยการสถาบันฟิสิกส์พลังงานสูงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Prof. Yifang Wang, Director of the Institute of High Energy Physics Chinese Academy of Sciences)

พร้อมกันนี้ ทรงรับฟังการนำเสนอผลงานของนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เรื่อง “แนวคิดใหม่ในการออกแบบยาเปบไทด์ตัวใหม่สำหรับการรักษาโรคมะเร็งแบบมุ่งเป้าจากลําดับกรดอะมิโนที่กําหนดความจําเพาะของแอนติบอดี้ต่อแอนติเจน (The Breakthrough Idea in Designing a Novel Peptide Drug for Cancer from Specific Amino Acid Sequences that determine the Specificity of Antibody and Antigen)” นำเสนอโดย นายพีรดนย์ แซ่จึง นายชัยดิฐ ลิ่มกาญจนาโชติ นางสาววาราดา จงจิระวงศา และทอดพระเนตรการแสดง The 1st MWIT Symphony Orchestra ในบทเพลง “คีตกาลแห่งศรีตรัง” และบทเพลง “ยามเย็น”

สำหรับการจัดงาน International Students Science Fair (ISSF 2025) ในครั้งนี้ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ได้รับเกียรติจาก International Science Schools Network (ISSN) ภาคีเครือข่ายโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำระดับโลก ให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน ระหว่างวันที่ 26 – 31 มกราคม 2568 ภายใต้ธีม “The 20th Chapter: Exploring a Visionary Future in Sustainability, Humanity, and Technology” ซึ่งเป็นวาระแห่งการเฉลิมฉลองการจัดงาน ISSF เป็นครั้งที่ 20 (20th Anniversary of ISSF) กอปรกับเทิดพระเกียรติ แห่งปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน จาก 43 โรงเรียนทั่วโลก ประกอบด้วย โรงเรียนชั้นนำในต่างประเทศ 27 โรงเรียน จำนวน 145 คน และ โรงเรียนในประเทศไทย 16 โรงเรียน จำนวน 74 คน เป็นเครือข่ายโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำที่เน้นการจัดการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากทั่วโลก เปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วโลกได้มีเวทีนำเสนอผลงานการวิจัย พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือในการพัฒนากระบวนการวิจัยด้าน STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ของเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจคล้ายคลึงกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดการคิดเชิงสร้างสรรค์และประยุกต์ใช้ความรู้ในรูปแบบที่หลากหลาย ยิ่งไปกว่านั้น ISSF ยังให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม โดยมุ่งเน้นการสร้างมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างนักเรียนและผู้นำด้านการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการร่วมมือหรือการศึกษาต่อในอนาคต


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม-ข่าว

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้ทรงร่วมพิธีเปิดและทรงร่วมการประชุมเชิงวิชาการ ในหัวข้อ “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บุคคลสำคัญของโลก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ร่วมพิธีเปิดและทรงร่วมการประชุมเชิงวิชาการ ในหัวข้อ “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บุคคลสำคัญของโลก และศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์” ณ ศูนย์ค้นคว้าและวิจัย สถาบันภาษาและอารยธรรมตะวันออกแห่งชาติ กรุงปารีส

ในการนี้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บุคคลสำคัญของโลก และความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์”

อนึ่ง นักการทูต นักประวัติศาสตร์โบราณคดี ครูอาจารย์ นักศึกษา และชาวฝรั่งเศส เป็นจำนวนมาก ผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงวิชาการในครั้งนี้ ต่างมีความตื้นตันใจ มีความซาบซึ้งในคำกล่าวสุนทรพจน์ของ ม.ล.ปนัดดา ที่ทำให้ตระหนักทราบได้ว่าราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศสมีความสัมพันธ์อันดีงามมาช้านาน และพระบรมวงศานุวงศ์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันเปี่ยมล้นต่อชาวฝรั่งเศส ความเป็นกัลยาณมิตรระหว่างสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย กับศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ นักวิชาการชาวฝรั่งเศส ถือเป็นกรณีศึกษาที่ประชาชนทั้งสองประเทศไม่สามารถลืมเลือนได้

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  เสด็จพระราชดำเนินไปทรงยกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือหอพระพุทธมหาสิริพีรยพัฒน์ ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงยกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือหอพระพุทธมหาสิริพีรยพัฒน์ ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม

วันที่ 19 เมษายน 2567 เวลา 09.59 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงยกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือหอพระพุทธมหาสิริพีรยพัฒน์ ณ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครปฐม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน และผู้แทนนักศึกษา เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

จากนั้น เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ในการนี้ ดร.บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ

โอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมที่กำพูฉัตร ทรงถือสายสูตรยกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือหอพระพุทธมหาสิริพีรยพัฒน์ จากนั้นทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายหอพระพุทธมหาสิริพีรยพัฒน์ หลังจากนั้น เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ พระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีอุปการคุณสนับสนุนการดำเนินโครงการเฉลิมพระเกียรติ 65 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2563 จำนวน 100 ราย

มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ดำเนินโครงการเฉลิมพระเกียรติ 65 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2563 ประกอบด้วยการจัดสร้างพระพุทธมหิดลมงคลปัญญาญาณ หอพระพุทธมหาสิริพีรยพัฒน์ ซึ่งได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานอักษรพระนามาภิไธย “สธ” ที่ฐานผ้าทิพย์ และหอพระ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2563 โดยมี มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา ร่วมเฉลิมพระเกียรติ

พระพุทธมหิดลมงคลปัญญาญาณ มีความหมายว่า “พระพุทธรูปที่นำมาซึ่งปัญญาหยั่งรู้อันกระจ่างแจ้งและเป็นมงคลแห่ง มหาวิทยาลัยมหิดล” มีขนาดความสูง 98 นิ้ว หน้าตักกว้าง 65 นิ้ว ปิดผิวด้วยทองคำและอัญมณี ซึ่งนำต้นแบบพุทธลักษณะจาก “พระพุทธมหาลาภ” ที่มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2535 นำมาปรับแต่งให้มีพุทธลักษณะให้มีความงดงามและอ่อนช้อยมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มฐานบัวและผ้าทิพย์

สำหรับหอพระพุทธมหาสิริพีรยพัฒน์ เป็นอาคารทรงมณฑปศิลปะไทยประยุกต์ผสมผสานสถาปัตยกรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีทรงเรือนยอดประยุกต์จากศิลปะพม่า เสาและบัวหัวเสาเป็นศิลปะเขมร กรอบประตูทางเข้า เป็นศิลปะจีน ฐานระเบียงมีลวดลาย ดอกไม้ของมาเลเซีย หัวเสาราวบันไดเป็นศิลปะชวา ฉากหลังตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมซุ้ม เรือนแก้วลายพันธุ์พฤกษาและสัตว์หิมพานต์ที่เป็นมงคล แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ด้านนอกมณฑป มีลานประทักษิณ กว้าง 2 เมตร และด้านหลังออกแบบเป็นทางลาดสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ ชั้นล่างสุดเป็นทางเดินปูด้วยหินเทียม ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมตามแนว “พุทธอุทยาน”


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม – ภาพ/ข่าว

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด “ห้องสมุดพร้อมปัญญา” เรือนจำกลางนครปฐม

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด “ห้องสมุดพร้อมปัญญา” เรือนจำกลางนครปฐม

วันที่ 16 เมษายน 2567 เวลา 13.29 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด “ห้องสมุดพร้อมปัญญา” เรือนจำกลางนครปฐม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงนครปฐม ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครปฐม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม รองปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม และผู้อำนวยการสถาบันกักกันนครปฐม เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริหารและผู้มีอุปการคุณสนับสนุนการดำเนินงาน “ห้องสมุดพร้อมปัญญา” พร้อมทอดพระเนตรการแสดงชุดระบำไดโนเสาร์และลำตัด จากนั้น ทรงเปิดแพรคลุมป้าย “ห้องสมุดพร้อมปัญญา” ซึ่งเป็นห้องสมุดลำดับที่ 31 พร้อมทอดพระเนตรการดำเนินงาน “ห้องสมุดพร้อมปัญญา” เรือนจำกลางนครปฐม ซึ่งเป็นโครงการที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานให้ เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในเรือนจำทั่วประเทศ ได้รู้หนังสือ อ่านออก เขียนได้ และรักการอ่าน ทำให้ผู้ต้องขังเกิดความคิดและปัญญาที่ดี นอกจากเป็นการพัฒนาคนที่มีคุณภาพกลับคืนสู่สังคมแล้ว ยังมีมูลน่าเชื่อว่าผู้มีการศึกษาสูง จะช่วยลดการกระทำความผิดลงได้ และไม่กระทำผิดซ้ำ โดยมีสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงาน

สำหรับห้องสมุดแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบห้องสมุดเชิงสร้างสรรค์ หรือ Creative Library เป็นการออกแบบแนวคิดห้องสมุดเชิงสร้างสรรค์ โดยผู้ต้องขังร่วมกันพัฒนา และออกแบบห้องสมุด ตั้งแต่วัสดุอุปกรณ์ของห้องสมุด เช่น ชั้นหนังสือ ที่แสดงหนังสือ โต๊ะ เก้าอี้ โดยการฉลุลาย การเชื่อมเหล็ก และการวาดภาพผ่านลายเส้น ภายในห้องสมุดประกอบด้วยมุมความรู้ต่าง ๆ เช่น มุมซ่อมหนังสือด้วยการเย็บกี่, มุม มสธ., มุมหนังสือทั่วไป, มุมหนังสือพระราชนิพนธ์, มุมเฉลิมพระเกียรติ และห้องอ่านหนังสือเสียง ซึ่งพบว่านิตยสารและวารสาร National Geographic และ The Secret มียอดการยืมสูงสุด โอกาสนี้ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ถวายของที่ระลึก แล้วพระราชทานถุงพระราชทานแก่ผู้แทนผู้ต้องขังชาย-หญิง

จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมและนิทรรศการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นภาคีเครือข่ายของเรือนจำกลางนครปฐม มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุนภารกิจ ด้านการพัฒนาพฤตินิสัย การฝึกทักษะอาชีพที่มีความหลากหลาย เช่น การสาธิตการออกแบบลายผ้า การตัดเย็บ และการทอผ้าแบบครบวงจร การสาธิตการทำอาหารไทย และกระทงจากผ้าประดิษฐ์ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เข้ามาช่วยสอนการออกแบบลวดลายกระทง เช่น ลายรังแตน และลายเล็บมือนาง การสาธิตการทำเบเกอรี และอาหารนานาชาติ ประกอบด้วยการสอนทำคุกกี้ โดยโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา สูตรเบเกอรี โดยเรือนจำกลางนครปฐม และฟูดสไตลิสต์ สุทธิพงษ์ สุริยะ หรืออาจารย์ขาบ จากพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยเชฟแบรด ที่มาช่วยสอนการทำเบเกอรีและการออกแบบอาหารต่าง ๆ ให้ดูทันสมัย ผลงานการฝึกอาชีพเปเปอร์มาเช ด้วยการนำกระดาษเหลือใช้มาปั้นเป็นตุ๊กตารูปสัตว์ต่าง ๆ

นอกจากนี้ มีผลงานการเรียนรู้การฝึกวิชาชีพช่างเชื่อม จากวิทยาลัยสารพัดช่างนครปฐม การสาธิตการฝึกอบรมและทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ มีผู้ต้องขังเข้าอบรม 496 คน, นิทรรศการฝึกวิชาชีพช่างไม้และการแกะสลัก, นิทรรศการฝึกอาชีพศิลปะบำบัดด้วยการวาดภาพ, ผลงานการฝึกอาชีพ การถักเชือกมาคราเม ซึ่งเป็นการถักจากเชือกในรูปแบบต่าง ๆ เช่น กระเป๋า ตุ๊กตา ผ้าคลุมโต๊ะ การถักโครเชต์ตุ๊กตา ซึ่งผู้ต้องขังมีพื้นฐานการถักโครเชต์มาก่อน จากนั้นมาแกะแบบแล้วถักเป็นตุ๊กตารูปต่าง ๆ ตามจินตนาการ ผลงานจากการฝึกวิชาชีพด้านการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามและการประดิษฐ์หินเทียมจากเศษวัสดุเหลือใช้ นิทรรศการฝึกวิชาชีพศิลปะบำบัดด้วยการปั้นพระ การออกแบบทรงผมชายและหญิง สำหรับผลงานของผู้ต้องขังจะนำไปจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้ต้องขัง นำไปใช้เป็นทุนสะสมหลังพ้นโทษ ซึ่งผู้ต้องขังมีโอกาสเรียนรู้วิชาชีพผ่านระบบออนไลน์ เมื่อเรียนจบสามารถรับวุฒิบัตรวิชาชีพ จากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานผ่านระบบออนไลน์

ทั้งนี้ เรือนจำกลางนครปฐม มีอำนาจการควบคุมผู้ต้องขังที่กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึงตลอดชีวิต ปัจจุบันมีผู้ต้องขังอยู่ในความควบคุม จำนวน 4,015 คน แบ่งออกเป็นผู้ต้องขังชาย จำนวน 3,610 คน และผู้ต้องขังหญิง จำนวน 405 คน


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม – ภาพ/ข่าว