คลังเก็บป้ายกำกับ: 000 บาท

นครปฐม.โครงการสุขใจมอบถุงยังชีพ ผู้ป่วยติดเตียง 800 ถุง งบกว่า 500,000 บาท

โครงการสุขใจที่ได้แบ่งปัน จัดโครงการปีที่ 2 ตามแนวคิด”สุขใจที่ได้แบ่งปัน”ให้กับผู้มีรายได้น้อยและผู้ป่วยติดเตียงเพื่อเป็นการบรรรเทาช่วยเหลือรายจ่ายในครัวเรือน

นายอนุชา สะสมทรัพย์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 5 จังหวัดนครปฐม

  วันที่.30.ส.ค.67 เวลา.10.00.น ที่หอประชุมเฉลิมพระเกรีรติ 60 พรรษามหาราชินี อำเภอนครชัยศรี จ.นครปฐม นายอนุชา สะสมทรัพย์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 5 จังหวัดนครปฐมเป็นประธานนพิธีพร้อมด้วยนายอารุช เอมโอฐ นายอำเภอนครชัยศรี  ดร.พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม อำเภอนครชัยศรี และ นางสุรภาพร จิรักษา (เจ้หนิง ชัยศรี)

ได้ร่วมกันบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและผู้มีรายได้น้อย(สุขใจที่ได้แบ่งปัน) ในเขตพื้นที่อำเภอนครชัยศรี จำนวน 800 ชุดๆ ละ 750 บาท โดยประสานไปยังเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด 25 แห่งในอำเภอนครชัยศรี เป็นผู้รับไปส่งต่อถึงมือผู้ป่วยติดเตียงและครอบครัวที่มีรายได้น้อยต่อไป

ขอบคุณ ภาพ-ข่าว กชมน ศรีทรัพย์

ระทึก กลางน้ำ จนท.ไล่ล่าแก๊งเรือขนแรงงานเถื่อนรอไปมาเลเซีย รับจ่ายค่าหัว 35,000-50,000 บาท

กาญจนบุรี – ระทึก กลางน้ำ จนท.ไล่ล่าแก๊งเรือหางยาวขนแรงงานเถื่อน คนขับอาศัยความมืดหลบหนี โดนรวบ 1 ลำ เหตุใบพัดเสีย อีก 1 คดีลงเรือซุกป่า รอไปมาเลเซียโดนรวบ 48 คน รับจ่ายค่าหัว 35,000-50,000 บาท

วันนี้ 27 เม.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พล.ต.วุทธยา จันทมาศ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 พ.ต.อ.บรรจง อัมฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.กฤตชัย ทองอยู่ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนานรอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สธนทัต ตั้งสิทธิ์เสรีวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี

พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี นายชาคริต ตันพิรุฬห์ นอภ.ทองผาภูมิ.พ.ต.อ.มนตรี แตงโต ผกก.สภ.ทองผาภูมิ พ.อ.พงศ์พัฒน์ ห้องสินหลาก ผบ.ร.29/ผบ.หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พ.อ.สุรเดช เมฆานุวงศ์ รอง ผบ.ร.29/รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พ.ต.อ.สุกิจ ก้องจตุศักดิ์ ผกก.ตชด.13 (ค่ายพระพุทธยอดฟ้า) ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาด้วยการใช้เรือยนต์ล่องมาจากชายแดนด้าน อ.สังขละบุรี มุ่งหน้าขึ้นฝั่งบริเวณริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ บ้านท่าแพ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ เป็นจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเดินทางไปซุ่มโป่งบริเวณริมถนนทางลงท่าแพ

จนกระทั่งเวลา 03.00 น.เจ้าหน้าที่พบเรือหางยาวจำนวนหลายลำแล่นมาตามน่านน้ำ เจ้าหน้าที่ประจำเรือตรวจการจึงเปิดไฟส่องสว่างส่งสัญญาณให้คนขับเรือหยุดเพื่อขอตรวจค้น แต่ปรากฏว่าเมื่อคนขับเรือเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้อาศัยความมืดและความชำนาญน่านน้ำขับเรือหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเรือตรวจการของเข้าหน้าที่ได้พยายามเร่งติดตามไปอย่างกระชั้นชิดแต่ไล่ไม่ทัน โดยพบเรือเพียง 1 ลำลอยอยู่เหนือน้ำเนื่องจากใบพัดเรือเสียจึงไม่สามารถไปต่อได้

เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปควบคุมตัวคนขับเรือพร้อมกับแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาเอาไว้ จากนั้นจึงนำมาขึ้นที่ท่าลงแพ ทราบชื่อคนขับเรือคือนายแขก ไม่มีนามสกุล ชาวเมียนมา อายุ 25 ปี โดยมีนานแอน ไม่มีนามสกุล ชาวเมียนมา อายุ 24 ปี ทำหน้าที่เป็นหัวเรือบอกช่องทางร่องลำน้ำ โดยมีแรงงานชาวเมียนมาที่โดยสารมากับเรือลำดังกล่าว จำนวน 13 คน เป็นชาย 11 คน หญิง 2 คน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเรือเอาไว้เป็นของกลางพร้อมกับนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ทองผาภูมิ

โดยนายแขก คนขับเรือและนายแอน ทำหน้าที่บอกทาง ให้การว่าตนทั้งสองได้รับการว่าจ้างจากชายชาวเมียนมาด้วยกันให้ขับเรือไปรับแรงงานจำนวนดังกล่าวมาจากท่าน้ำในพื้นที่ อ.สังขละบุรี และให้มาส่งที่ริมน้ำบ้านท่าแพ อ.ทองผาภูมิ โดยจะได้ค่าหัวคนละ 300 บาท ซึ่งพวกตนนำเรือขนแรงงานมาด้วยกันหลายลำเรือ แต่ทั้งหมดสามารถหลบหนีการจับกุมไปได้ส่วนเรือของตนเกิดใบพัดเสียไปต่อไม่ได้จึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ หลังจากผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับสารภาพเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อกล่าวหา “ร่วมกันช่วยเหลือซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย และ “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ขณะแรงงานที่โดยสารมากับเรือ จำนวน 13 ราย ไม่มีเอกสารใดๆมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และให้การว่า หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยด้วยการใช้ช่องทางธรรมชาติ ทั้งหมดต้องการไปทำงานในพื้นที่จังหวัดชั้นใน โดยจะจ่ายค่าหัวให้กับนายหน้าเมื่อไปถึงจุดหมายปลายทางคนละ 15,000 บาท หลังจากรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในข้อกล่าวหา“เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ชุดข้างต้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีได้ไม่นาน ก็ได้รับแจ้งจากสายข่าวอีกครั้งหนึ่งว่า พบกลุ่มบุคคลเป็นจำนวนมากหลบซ่อนตัวอยู่ชายป่าริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณบ้านท่าแพ ต.ท่าขนุน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตรวจสอบ จนกระทั่งเวลา 06.00 น.เจ้าหน้าที่จึงพบกลุ่มแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบซ่อนตัวอยู่ชายป่าริมน้ำ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม จากนั้นจึงนำรถยนต์มาลำเลียงแรงงานทั้งหมดไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ทองผาภูมิ นับรวมกันได้จำนวน 48 คน เป็นชาย 35 คน หญิง 13 คน โดย 4 ใน 48 คน เป็นเด็กหญิงและชาย อายุ ระหว่าง 1-8 ขวบ ซึ่งเด็กทั้ง 4 คน เป็นลูกของแรงงานที่นำพาหลบหนีมาด้วย

จากการสอบสวนผ่านล่าม ทราบว่าทั้งหมดหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยด้วยการใช้ช่องทางธรรมชาติทางด้านด่านเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จากนั้นเดินลัดเลาะไปตามชายป่าเพื่อหลบด่าน โดยมีคนขับรถยนต์มารับไปลงเรือเรือที่ท่าน้ำในพื้นที่ อ.สังขละบุรี แล้วนำมาส่งที่ชายป่าจุดที่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ซึ่งทั้งหมดรอรถยนต์มารับเพื่อมุ่งหน้าไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย ทุกคนต้องจ่ายค่าหัวให้กับนายหน้ามากถึงคนละ 35,000-50,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง โดยจะจ่ายก็ต่อเมื่อไปถึงที่ทำงานในประเทศมาเลเซีย

หลังจากผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา“เป็นบุคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”ยกเว้นเด็กจำนวน 4 คนที่เป็นลูกของแรงงาน แต่เนื่องจากแรงงานกลุ่มดังกล่าวไม่มีผู้นำพา เจ้าหน้าที่จะส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม.ในการรอผลักดับกลับสู่ประเทศต้นทางต่อไป


ภาพ-ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

นายกฟลุ๊คนำคุณแม่ฉอ้อน และครอบครัวคุปตวัชบริจาคเงิน 2 โรงพยาบาล 1,000,000 บาท

นายกฟลุ๊คและคุณแม่ฉอ้อน นำครอบครัวคุปตวัช
บริจาคเงิน 2 โรงพยาบาล 1,000,000 บาท

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่โรงพยาบาลนครปฐม นางฉอ้อน คุปตวัช รองประธานกรรมการ เครืออรพรรณ กรรมการผู้จัดการโรงแรมเวล จ.นครปฐม นายเอกพันธุ์ คุปตวัช อดีตนายกเทศมนตรีนครนครปฐม และกรรมการบริหารเครืออรพรรณ ได้มอบเงินจำนวน 500,000 บาท เพื่อให้โรงพยาบาลนครปฐม นำไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โดยมีนายแพทย์สุรชัย โชคครรตชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นผู้รับมอบเงินดังกล่าว เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นการช่วยต่อลมหายใจ และช่วยชีวิตผู้คนตามเจตนารมณ์ และยังได้มอบให้กับโรงพยาบาลบ้านแพ้ว(องค์การมหาชน) อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร อีก 500,000 บาท โดยมีนายแพทย์พรเทพ พงศ์ทวิกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว เป็นผู้รับมอบเพื่อเป็นการต่อยอดบุญ อันยิ่งใหญ่ และนำไปพัฒนาโรงพยาบาลต่อไป

นายเอกพันธุ์ คุปตวัช อดีตนายกเทศมนตรีนครนครปฐม (นายกฟลุ๊ค) กล่าวว่า นอกจากมอบเงิน 500,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลนครปฐมแล้ว ยังมอบให้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว(องค์การมหาชน) อ.บ้านแพ้ว อีก 500,000 บาทรวม 2 โรงพยาบาล 1,000,000 บาท เพราะเชื่อเสมอว่าเรา ยิ่งให้ เราก็จะยิ่งได้ อย่างน้อยเราได้ช่วยคนอื่นอีกมากมายที่มาใช้บริการทางการแพทย์โรงพยาบาลทั้งสองแห่ง ได้เห็นคนป่วยได้รับการดูแลรักษาสุขภาพ โดยที่เราไม่หวังผลตอบแทนใดๆ นี้คือสิ่งที่แม่ฉอ้อน สอนสั่งมาตลอด ทุกปีเมื่อครบวันคล้ายวันเกิด 25 พฤษภาคม ก็ปฎิบัติแบบนี้เสมอมา ตามปนิธานให้ปีละ 1ล้าน เพื่อเสริมดวงวันเกิด

ผมขอเติมต่อบุญให้ทุกท่านเข้าถึงการรักษาที่โรงพยาบาลผมพร้อมคุณแม่ฉอ้อนและครอบครัวคุปตวัช มีโอกาสมอบเงินบริจาคกับโรงพยาบาลบ้านแพ้วและโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม โดยทั้ง2 ที่มีท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ มารับมอบ เป็นความตั้งใจของคุณแม่ฉอ้อน ที่ได้บอกเสมอเมื่อครอบครัวของเราทำงานมีโอกาสต้องตอบแทนและแบ่งปันสร้างโอกาสดีๆ ให้กับนครปฐมบ้านของเรา โดยโรงพยาบาลฯ จะนำไปซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อบริการพี่น้องประชาชนให้เข้าถึงการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ” ครับ